Genshin Impact เป็นเกมผจญภัยในโลกเปิด ที่พัฒนาโดย miHoYo ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเกม สัญชาติจีน เปิดให้บริการ เมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 2020

โดยทีมผู้พัฒนา ใช้เกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild และเกม Grand Theft Auto รวมทั้งเกมอื่นๆ เป็นตัวอย่าง ในการพัฒนาเกมนี้ขึ้นมา เพื่อสร้างระบบเควสต์ เหตุการณ์สุ่ม ประสบการณ์ในการสำรวจ และระบบการต่อสู้ ที่แตกต่างจาก Honkai Impact 3

เกมนี้ เป็นเกมแนวผจญภัย ในโลกเปิด ที่ผู้เล่นสามารถเข้าไปสำรวจ ซากปรักหักพัง และภูมิประเทศต่างๆ ที่หลากหลาย ผ่านการปีนป่าย ว่ายน้ำ ร่อนลม และวิธีการเคลื่อนไหวต่างๆ

ผู้เล่นสามารถเลือก ตัวละคร 4 ตัว เพื่อเข้าร่วมทีม ในการต่อสู้ และเมื่อทำภารกิจสำเร็จแล้ว ก็จะสามารถปลดล็อกตัวละคร ได้สูงสุดถึง 41 ตัว โดยตัวละครแต่ละตัว มีทักษะ 2 ประเภท คือ สกิลทั่วไป และ สกิลธาตุ ซึ่งสกิลทั่วไป สามารถใช้งานได้ทันที จนกว่าคูลดาวน์ของสกิล จะหมดลง ส่วนสกิลธาตุ จะต้องใช้พลังงานธาตุ ที่สะสมไว้ เพื่อใช้งานเท่านั้น

ทั้งนี้ ‘ระบบธาตุ’ ถือเป็นระบบเด่น ของเกมนี้ ซึ่งธาตุในเกม จะประกอบไปด้วย 7 ประเภท คือ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุไฟฟ้า ธาตุน้ำ ธาตุน้ำแข็ง ธาตุไม้ และธาตุหิน

ซึ่งผู้เล่น จะต้องใช้คุณสมบัติของธาตุ ในการจัดการศัตรู หรือทำภารกิจต่างๆ เช่น ใช้คุณสมบัติ ของสกิลธาตุไฟ ทำให้โล่ที่ทำจากไม้ของศัตรู เกิดไฟไหม้ และใช้สกิลธาตุน้ำแข็ง ตรึงผิวน้ำให้แข็งตัว เพื่อเดินข้ามไปได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมี ‘การทำอาหาร’ ที่เป็นลักษณะเด่น ของเกมด้วย โดยผู้เล่นสามารถใช้วัตถุดิบ ที่ได้รับมา ในระหว่างการผจญภัย เพื่อสร้างอาหาร ที่มีคุณสมบัติต่างๆ โดยอาหารนั้น มีทั้งประเภทที่ช่วย ฟื้นคืนค่าพลังชีวิต ที่เสียไป หรือให้ค่าโบนัสพลังโจมตี และป้องกัน

Genshin Impact มีอะไรที่ไม่ควรทำ ในขณะเล่นเกมนี้

  • ไม่ควรอัพเลเวล ‘ตัวซัพพอร์ต’ ก่อน DPS

ความคิดที่ว่า อัพเลเวลตัวซัพพอร์ต ก่อน DPS จะช่วยให้ฮีลแรงขึ้น และช่วยให้ DPS ยืนได้นาน ถือเป็นความคิดที่ผิด

สิ่งที่ถูกต้อง คือต้องทำ DPS ให้แรงที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สามารถจบมอนได้ไว โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวซัพพอร์ต ดังนั้น ไม่ว่าจะถนัดคอมโบธาตุ หรือตัวเดียวตะลุยเดี่ยว การอัพตัวทำดาเมจก่อน คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

ที่สำคัญคือ การอัพเลเวล แบบพร้อมๆ กันหลายตัว ตั้งแต่ต้นเกม จะไม่เป็นผลดี ในช่วงท้ายเกม เพราะจะไม่มีทรัพยากร จำพวก Mora หรือหนังสือ ที่เพียงพอ ต่อการอัพเลเวล

  • ไม่ควรแวะ ‘เก็บของบูชาเสา’ ประจำพื้นที่

ของบูชาเสาก็คือ Amenoculus ใน Monstadt และ Geoculus ใน Liyue และ Crimson Agate ในพื้นที่หุบเขาน้ำแข็ง Dragonspine

แม้ว่าการเก็บของบูชาเสา ประจำพื้นที่นั้นๆ จะให้รางวัลไอเท็ม และค่า Stamina ที่ทำให้เราปีนเขาได้นานขึ้น และว่ายน้ำได้ไกลขึ้น แต่การเก็บของ แบบเก็บดะ ตั้งแต่ต้นเกม อาจเป็นผลเสียในเวลาต่อมาได้

เพราะของบูชาเสา ในแต่ละพื้นที่ มีจำนวนหลายสิบชิ้น และอยู่กระจัดกระจาย ไปทั่วทุกมุมแผนที่ ดังนั้น เมื่อเก็บของบูชาเสาไปแล้ว ในระหว่างทางสำรวจ จะทำให้ไม่สามารถจำได้เลย ว่าเก็บตรงไหนไปแล้วบ้าง พอต้องการมาตามเก็บให้ครบ ในภายหลัง ก็ยากที่จะเก็บให้ครบ แม้จะขาดแค่ชิ้นเดียวก็ตาม เพราะจะไม่รู้เลยว่า ชิ้นเดียวที่ขาด มันคือตรงไหน

  • ไม่ควรตีบวก ‘อาร์ติแฟกต์’ ที่สแตทไม่ตรงสาย

การดรอปอาร์ติแฟกต์ตามดันต่างๆ ภายใน ช่วยให้ตัวละครแข็งแกร่งขึ้นได้ ต่อให้ตีบวก หรือขัดเกลาอาวุธ ไประดับสูงๆ แล้ว แต่พลังโจมตี หรือค่าสถานะต่างๆ จะแรงขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ตีบวกอาร์ติแฟกต์

อาร์ติแฟกต์ในเกมนี้ จะได้รับจากการเปิดกล่องสมบัติ และการลงดันเจี้ยนเป็นหลัก การลงดันอาร์ติแฟกต์ จะต้องคำนึงถึง ตัวละครที่จะใช้ และค่าสถานะ ที่เราต้องการจะอัพเกรดเพิ่มเติม

โดยการดรอปอาร์ติแฟกต์ ภายในดันนั้น จะมีการสุ่มค่าสถานะมาให้ ในแต่ละครั้งที่ดรอป ดังนั้น ต่อให้ได้ชิ้นที่ต้องการมา แต่ไม่ใช่ค่าสถานะที่ต้องการ ก็เปล่าประโยชน์