Garena Free Fire (การีนาฟรีไฟร์) หรือที่มักเรียกกันสั้นๆ ว่า Free Fire (ฟรีไฟร์) เป็นเกมแนว Battle Royale ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย 111 ดอตส์สตูดิโอ และวางจำหน่ายโดยการีนา สามารถเล่นได้บนระบบปฏิบัติการ Android และ IOS

เกมนี้กลายเป็นเกมมือถือ ที่มียอดดาวน์โหลด มากที่สุดทั่วโลก และได้รับรางวัล ‘เกมยอดนิยมที่ดีที่สุด’ จากกูเกิล เพลย์สโตร์ ในปี 2562 นอกจากนี้ ยังทำรายได้ทั่วโลก เกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 และได้สร้างสถิติ มีผู้ใช้รายวันกว่า 80 ล้านทั่วโลก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 อีกด้วย

โดยรูปแบบการเล่นของเกมนี้คือ เมื่อผู้เล่นเข้าร่วมเกม จะได้อยู่ในเครื่องบิน ซึ่งจะบินข้ามเกาะ ในขณะที่เครื่องบิน กำลังบินอยู่เหนือเกาะนั้น ผู้เล่นสามารถกระโดด ไปในที่ที่ต้องการได้ โดยต้องเลือกสถานที่ เพื่อลงจากเครื่องบิน ให้ห่างจากศัตรู และหลังลงจากเครื่องบินแล้ว ผู้เล่นจะต้องหาอาวุธ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และไอเทมอื่นๆ ที่สามารถหาได้ เพื่อเอาชีวิตรอดบนเกาะ

Garena Free Fire มีเทคนิคอะไรที่ควรรู้ ก่อนลงมือเล่นบ้าง?

1. หากเลือกจุดลงที่ดี จะช่วยให้มีชัยไปกว่าครึ่ง

การเลือกจุดลงในช่วงแรก มีความสำคัญมากๆ หากหลีกเลี่ยงจุดที่มีคนอยู่เยอะๆ โอกาสรอด ก็จะเยอะขึ้นได้เช่นกัน

2. แนะนำให้ ‘หลีกเลี่ยงคน’ และ ‘อย่ารีบลง’

คนที่รีบเข้าปะทะก่อน จะมีโอกาสตายเร็วที่สุด ดังนั้น อย่ารีบลงไป พร้อมกับคนจำนวนมาก เพราะเป็นการตัดโอกาส ในการรอดชีวิตได้

3. ‘อาวุธ’ ไม่ได้อยู่ในอาคารเสมอไป

อาวุธปืนนั้น ไม่ได้อยู่ในอาคารเสมอ ไม่ว่าจะลงตรงไหน จึงมีโอกาสเจออาวุธได้ ดังนั้น ควรมองหาจุดเด่นๆ ที่เป็นแลนมาร์คสำคัญ เพราะอาวุธจะอยู่ตรงนั้นเยอะ

4. ได้ของอะไร ควรรีบเก็บไว้ก่อน

ไม่ว่าจะเจอของอะไร อย่าไปเลือก ควรรีบเก็บไว้ก่อน เช่น เจอปืนพกอย่างเดียว ก็ต้องเอา เจอเสื้อเกราะอย่างเดียว ก็ต้องเก็บ เพราะมันช่วยชีวิตเราได้หมด ยกเว้นว่ามีของอยู่แล้ว และอยากเลือกอันที่ดีกว่า จึงค่อยเลือกได้

5. ‘ตำแหน่งในการยิง’ มีความสำคัญกว่า ‘ดาเมจจากปืน’

แม้ว่าการเก็บปืนที่มีประสิทธิภาพ และมีดาเมจแรงๆ จะทำให้ได้เปรียบ เวลาเกิดการปะทะ แต่แม้จะมีปืน ที่ดาเมจน้อย หรือปืนพก ก็สามารถสร้างดาเมจ และยิงแลกกับปืนไรเฟิลได้ โดยต้องเล็งไปที่หัวเป็นหลัก เพราะหากถูกยิงหัว แบบจังๆ แค่ 1 นัด หมวกก็จะกระเด็นหายไป หลังจากนั้น ให้ยิงซ้ำไปอีก 1-2 นัด ก็จะสามารถกำจัดศัตรูได้ นอกจากนี้ การต่อยก็เช่นกัน ถ้าต่อยที่หัว แบบจังๆ ก็จะสร้างดาเมจ ได้สูงถึง 110 หน่วย

6. ควรหมั่นดู ‘แผนที่เล็ก’ หรือ Mini Map ให้เป็นนิสัย

การดู Mini Map บ่อยๆ จะทำให้รู้ตำแหน่ง ที่เราอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งบอกตำแหน่ง ที่ปลอดภัยให้กับเรา และรู้ตำแหน่งของศัตรู ที่เข้ามาโจมตีเราด้วย ทำให้สามารถหลบ และระวังได้ โดยที่ไม่ต้องมองหาศัตรู

7. ไม่ควรอยู่นิ่งๆ แต่ควรขยับตัว ตลอดเวลา

ในขณะที่มีการปะทะกันนั้น หากอยู่นิ่งๆ จะเสียเปรียบมาก เพราะศัตรูสามารถใช้จุดกึ่งกลางเป้า เพื่อตรวจสอบพงหญ้า หรือจุดที่น่าสงสัย เพื่อทำการล็อคเป้าหมายได้ แต่ไม่สามารถตรวจผ่านสิ่งกีดขวาง สิ่งก่อสร้าง หรือต้นไม้ได้ ดังนั้น ควรขยับตัว เช่น กระโดด หมุนซ้าย หมุนขวา หรือการลุกนั่ง ให้ติดเป็นนิสัย เพราะหากยืนนิ่งเมื่อไหร่ ความตายมาเยือนแน่นอน

8. อย่าอยู่บริเวณที่โล่ง

เพราะจะเป็นเป้าให้ศัตรูยิงได้ หรือทำให้คนแอบสะกดรอยตามได้

9. แนะนำให้แอบตามที่กำบัง

สามารถแอบตามที่กำบัง เพื่อแอบมองศัตรู และแอบมองสถานการณ์รอบๆ ก่อน อย่ารีบร้อนผลีผลาม ออกไปโดยไม่จำเป็น รับรองว่าจะเป็นประโยชน์ และช่วยทำให้รอดชีวิตได้มากขึ้น

10. ควรหลีกเลี่ยง จุดที่มี ‘โดรน’ ตรวจจับ หรือรีบหนีให้ห่าง

ในช่วงกลางๆ ของเกมนั้น จะมีโดรนตรวจจับ คอยบินผ่านตามจุดต่างๆ จึงควรหนี ไม่ให้อยู่ในขอบเขต ของการตรวจจับ เพราะมันจะระบุตำแหน่งของเรา ให้ศัตรูทราบ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ หรือโดรนโผล่ออกมา แบบไม่ทันตั้งตัว แนะนำว่าให้อยู่นิ่งๆ และหาที่แอบ จนมันบินผ่านไป และอย่าเพิ่งขยับ จนกว่าวงจะบีบ เพื่อจะไม่โดนซุ่มยิง

11. ‘เห็ด’ คือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ควรรีบหามากิน

นอกจากไอเทม ประเภทอาวุธ และเครื่องป้องกันแล้ว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงกลางเกม หรือช่วงท้ายเกม ก็คือควรรีบเดินหาเห็ด แล้วกินมันซะ ให้มีค่า EN ที่ประมาณ 100 – 200 หน่วย เพราะในช่วงท้ายเกม ถ้าไม่ได้กินเห็ดมาเลย จะทำให้เสียเปรียบ ในการต่อสู้มากๆ

12. อย่าโลภ ‘ไอเทม’ จาก ‘Air Drop’

แม้ว่าไอเทมข้างใน Air Drop จะสุดยอดมากแค่ไหน แต่ก็เป็นเหมือนไฟ ที่ล่อแมงเม่า และมักจะเป็นจุดตาย ของผู้ที่โลภมากในไอเทมด้วย ดังนั้น หากเห็น Air Drop อยู่ใกล้ๆ แต่ถ้ามีไอเทมเพียงพอแล้ว ก็ต้องห่วงไอเทมข้างใน Air Drop อีก แต่อาจใช้ Air Drop ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการดักซุ่ม คนที่มาเก็บไอเทม เพราะคนที่มาเก็บไอเทม มักจะยืนเลือกของ และกลายเป็นเป้านิ่ง

13. ไม่จำเป็นต้องปะทะตลอด

เราไม่จำเป็นต้องยิงฝ่ายตรงข้าม แบบทันทีเสมอไป เพราะการยิงกันนั้น นอกจากจะเสี่ยงตายแล้ว ยังเป็นการบอกให้คนอื่นๆ ในละแวกนั้น รู้ว่ามีคนอยู่ตรงนี้ด้วย

14. หากรู้ตัวว่า ‘สู้ไม่ไหว’ แนะนำให้รีบหนีก่อน

ถ้าเจอศัตรู แต่ยังไม่พร้อมสู้ แนะนำให้วิ่งหนีก่อน เพราะในระยะไกลๆ จะยิงโดนยาก ทำให้มีโอกาสเตรียมตัวรับมือได้

15. อย่าไว้ใจใครในเกม

นี่คือเกมเอาตัวรอด ที่ไม่คุณก็อีกฝ่าย จะต้องตาย ดังนั้นอย่าไว้ใจใคร ควรรีบกำจัด ให้ได้เร็วที่สุด

16. ควร ‘เปิดเสียง’ หรือ ‘ใส่หูฟัง’ ไว้เสมอ

ในการเล่นเกมนี้ จะสามารถได้ยินเสียงของผู้อื่น ทั้งเสียงเดิน หรือเสียงรถ ค่อนข้างชัดเจน ดังนั้น จึงควรเปิดเสียงไว้ดังๆ หรือใส่หูฟังไว้เสมอ